พ.ศ.2534 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล BS-Series ประกอบด้วยรุ่น BS-208, BS- 312 และ BS-416 ซึ่งเป็นตู้สาขาโทรศัพท์ขนาด เล็กรุ่นแรก ที่ผลิตในประเทศไทยและสามารถขยายขนาดได้ โดยเริ่มต้นที่ขนาด 2 สายนอก 8 สายใน |
| พ.ศ. 2535 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล JS-Series ประกอบด้วยรุ่น JS-832 และ JS-1664 ที่สามารถขยายขนาดได้มากถึง 16 สาย นอก 64 สายใน ซึ่งเป็นตู้สาขาโทรศัพท์รุ่นที่มีขนาดสูงสุดที่ผลิตภายในประเทศ
|
| พ.ศ. 2536 | * ดำเนินโครงการร่วมวิจัยตู้สาขาโทรศัพท์ แบบดิจิตอล กับ สถาบันพระจอม เกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และศูนย์ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) |
| พ.ศ. 2537 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เครื่องโทรศัพท์แบบคีย์ (Hybrid Key Telephone) สำหรับตู้สาขาโทรศัพท์ตระกูล JS-Series ซึ่งนับเป็นเครื่องคีย์ รุ่นแรก ที่มีการผลิตสำหรับตู้สาขาโทรศัพท์ในประเทศไทย |
| พ.ศ. 2538 | * พัฒนาแล้วเสร็จและเริ่มจัดจำหน่าย ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล JS-Series II ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานที่ขนาดสูงสุด 32 สายนอก 192 สายใน ซึ่ง เป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า JS-Series ถึงกว่า 2 เท่า และเป็นตู้สาขาโทรศัพท์ ของไทยที่มีขนาดสูงสุดที่จัดจำหน่ายในท้องตลาดขณะนั้น * พัฒนาและเพิ่มคุณสมบัติการคิดคำนวนค่าใช้งานโทรศัพท์ เข้าไปภายใน ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล JS-Series II ทำให้ลูกค้าสามารถคิดค่าบริการ และ จัดพิมพ์บิลได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งนับว่า JS-Series II เป็นระบบตู้สาขาโทรศัพท์รุ่นแรกของโลกที่มีคุณสมบัตินี้ |
| พ.ศ. 2539 | * จัดทำเครื่องต้นแบบตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล ขนาดสายนอก และสายใน ไม่เกิน 384 พอร์ท |
| พ.ศ. 2540 | * เป็นครั้งแรกของไทยที่มี ระบบรับฝากข้อความ และให้ข้อมูลข่าวสารอัตโนมัติ ซึ่งวิจัย พัฒนา และผลิตโดยทีมวิศวกรของบริษัทโฟนนิค (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้ชื่อ Vmix |
| พ.ศ. 2541 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตู้สาขาโทรศัพท์ขนาดเล็ก ตระกูล AS-Series ประกอบด้วยรุ่น AS-106 และ AS-208 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติระบบการรับสายอัตโนมัติ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้โทรเข้า สามารถเรียกติดต่อ เครื่องภายในโดยตรง โดยไม่ ผ่านโอเปอร์เรเตอร์ พร้อมเสียงแนะนำการใช้งาน * ตู้สาขาโทรศัพท์โฟนนิค รุ่น JS-Series II (A1) รุ่นแรกของไทย ได้รับการรับรอง มาตรฐานผลิตภัณฑ์ FCC จากประเทศสหรัฐอเมริกา |
| พ.ศ. 2542 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล KX-Series ซึ่งประกอบด้วยรุ่น KX-144 และ KX-240 ที่มีสายภายในได้สูงสุดถึง 240 สายและสามารถขยายการเชื่อมต่อภายในระบบได้มากถึง 9 ตู้ทำให้รองรับคู่สายภายในได้ มากกว่า 2,000 คู่สาย นับว่า KX-Seriesเป็นตู้สาขาโทรศัพท์ที่เพรียบ พร้อมด้วยคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุดในตลาด |
| พ.ศ. 2543 | * เปิดตัวเครื่องโทรศัพท์ ดิจิตอล (Digital Telephone) * เปิดตัวเครื่องโทรศัพท์คีย์ (Key Telephone) รุ่นแรกของไทย ในรูปแบบใหม่ที่มี ปุ่มแสดงสถานะของการใช้งานที่สามารถโปรแกรมได้ จำนวน 24 ปุ่มพร้อมทั้งสามารถเลือกภาษาที่แสดงผลได้ถึง 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ * เปิดตัวตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล JS-M Series ประกอบด้วยรุ่น JS-M1 และ JS-M2 และภายหลังได้เพิ่มรุ่น JS-M3 เข้ามาอีกรุ่น ตู้สาขาโทรศัพท์ตระกูลนี้ มีคุณสมบัติการใช้งานเทียบเท่ากับตู้สาขาโทรศัพท์ตระกูล JS-Series II แต่ได้รวมส่วนต่อ เชื่อมเครื่องโทรศัพท์คีย์ เข้าไว้ภายในตู้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้ไม่จำเป็น ต้องเพิ่มเติมแผงวงจรต่อเชื่อมเครื่องโทรศัพท์คีย์อีก |
| พ.ศ. 2544 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตู้สาขาโทรศัพท์ขนาดเล็ก ตระกูล A-Plus Series ซึ่งประกอบด้วยรุ่น APlus-106 และ APlus-208 มาทดแทน ตู้สาขาโทรศัพท์ ตระกูล AS-Series ด้วยคุณสมบัติที่สูงกว่าตู้สาขาโทรศัพท์ขนาดเล็กรายอื่นๆ * เปิดตัว วีโฟน (V-Phone) เครื่องโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติพร้อมระบบรับฝากข้อความ เสียง และระบบให้บริการข้อมูลข่าวสารภายใน ระบบเดียวกัน เป็นระบบย่อส่วนมาจากเครื่องรับฝากข้อความ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร Vmix
|
| พ.ศ. 2545 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล รายแรกของไทย ตระกูล DX - Digital รุ่น DX-256 ซึ่งรองรับจำนวนสายในและสายนอก ได้ถึง 256 พอร์ท พร้อมกับได้รับการรับรอง มาตรฐานอุตสาหกรรม ISO 9000 : 2001และเป็นรายเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ CE Mark จากประเทศเยอรมัน * เปิดตัวคุณสมบัติแสดงหมายเลขโทรเข้าบนโทรศัพท์โชว์เบอร์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมผ่าน การทดสอบการรองรับบริการ Caller ID บนโครงข่ายโทรศัพท์ทุกระบบ
|
| พ.ศ. 2546 | * เริ่มสายการผลิตและจัดจำหน่ายตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล ตระกูล DX - Digital ที่ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับความต้องการที่มากขึ้น ด้วยขนาดสูงสุด 2,048 พอร์ต ที่สามารถกระจายระบบออกเป็นหน่วยย่อยเพื่อติดตั้งแยกไปตามพื้นที่หรืออาคาร แต่ทำงานเป็น ระบบเดียวกัน และเชื่อมโยงเข้ากันด้วยสายสัญญาณระบบดิจิตอล ซึ่งตู้สาขาโทรศัพท์ตระกูล DX-Digital ประกอบด้วยรุ่นต่างๆดังนี้ DX-128 , DX-160 , DX-256 , DX-512 , DX-1000 , DX-2000 * ผ่านการทดสอบการเชื่อมต่อ โครงข่ายสื่อสารดิจิตอล ISDN ประเภท PRI Interface และ บริการ DDI และ CLIP |
| พ.ศ. 2547 | * พัฒนาและจัดจำหน่ายตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล ขนาดเล็กเพื่อรองรับเทคโนโลยีดิจิตอล สำหรับลูกค้าที่มีความต้องการใช้งานขนาด เล็กถึงกลาง ซึ่งเป็นการย่อขนาดลงจากตระกูล DX - Digital แต่ยังคงคุณสมบัติครบถ้วน ออกมาในชื่อตระกูล JSD-Series ประกอบด้วยรุ่น JSD-64 และ JSD-128
|
| พ.ศ. 2548 | * เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล รุ่น Platinum ซึ่งอยู่ในตระกูล DX-Digital เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เกิน 512 พอร์ต
|
| พ.ศ. 2549 | * พัฒนาระบบโทรศัพท์ดิจิตอล ขนาดเล็ก ไม่เกิน 8 สายนอก 32 สายใน ด้วยรูปแบบ Single Board เพื่อเป็นระบบราคาประหยัด เหมาะสำหรับ สำนักงานทันสมัย มีคุณสมบัติการทำงานเทียบเท่า ตู้ฯรุ่น JSD-Series ซึ่งเป็นตู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในท้องตลาด |
| พ.ศ. 2550 | * เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตู้สาขาโทรศัพท์ระบบดิจิตอล รุ่น Titanium ซึ่งอยู่ในตระกูล DX-Digital เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เกิน 1024 พอร์ต * พัฒนาเครื่องโทรศัพท์แบบพิเศษ เครื่อง Key และ DSS. รุ่นใหม่ PK-Series |
| พ.ศ. 2551 | * เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตู้สาขา ไอพี รุ่น JUPITER - Series ที่ Impact เมืองทองธานี ในงาน ITU มีทั้ง JUPITER-64 เเละ JUPITER-128 ตอบสนองทุกความต้องการทางด้านการสื่อสารอย่างครบครัน |
| พ.ศ. 2552 | * เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตู้สาขาไอพี อีก 3 รุ่นด้วยกัน Diamomd 3 ขนาด 256, New Platinum ขนาด 512 และ Crystal ขนาด 32 * พัฒนาผลิตภัณฑ์ ECS.ในรุปแบบ RFID สะดวก ทันสมัย ง่ายต่อการใช้งาน |